เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าปัจจุบันสิ่งแวดล้อมถูกทำลายลงไป ด้วยน้ำมือของมนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ ยิ่งมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากเท่าไหร่ เรายิ่งทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเท่านั้น เพราะหลังจากการใช้แล้ว มีหลายๆ คนไม่รู้วิธีกำจัดอย่างถูกวิธี อย่างเช่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าโทรศัพท์มือถือรวมไปถึงแบตเตอรี่ในโทรศัพท์เคลื่อนที่ หลังจากที่ผ่านการใช้งานไปจนหมดประโยชน์แล้ว ผู้ใช้มักจะโยนทิ้งลงถังขยะโดยมิได้แยกเป็นขยะอันตราย โดยผู้ใช้ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำลายสิ่งแวดล้อม
เพราะเหตุดังกล่าวข้างต้นคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ จึงได้จัด โครงการ“โลกสวยด้วยมือเรา” โดยการให้ชาวม.อ.นำโทรศัทพ์มือถือและแบตเตอรี่ที่ต้องการกำจัด มาทิ้งที่กล่องรับซากโทรศัพท์มือถือและแบตเตอรี่ บริเวณโต๊ะยามชั้น 1 อาคารวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และโต๊ะยามชั้น 1 อาคารเคมี ที่ลานชั้นล่าง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
ดร.ไพบูลย์ นวลนิล รองคณบดีฝ่ายวางและพัฒนา คณะวิทยาศาสตร์ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้อาจารย์ บุคลากรและนักศึกษาทุกท่านได้มีส่วนร่วม ตระหนักถึงพิษภัยและร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งใครก็ตามที่มีโทรศัพท์มือถือและหรือแบตเตอรี่ทุกชนิดที่ไม่ต้องการสามารถนำมาใส่กล่องได้ทุกวันทั้งในเวลาและนอกเวลาราชการ ซึ่งคณะวิทยาศาสตร์ จะเก็บรวบรวมและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป
/////////////////////////
สาเหตุที่ซากโทรศัพท์มือถือถือเป็นขยะอันตราย เพราะตัวเครื่องมีส่วนประกอบที่สำคัญ แผงวงจร ซึ่งมีโลหะและสารอันตรายหลายชนิด จอผลึกเหลว (LCD) (ส่วนประกอบของผลึกเหลวมีหลายชนิดและมีระดับความอันตรายที่แตกต่างกัน) ส่วนแบตเตอรี่ สามารถอัดเก็บประจุใหม่ได้ มีหลายชนิด เช่น ชนิดนิกเกิล-แคดเมียม นิกเกิล-เหล็ก และนิกเกิล-โลหะไฮไดรด์ ปัจจุบันซึ่งนิยมใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเทียม-ไออน ซึ่งสามารถประจุไฟฟ้าได้มากกว่า และสามารถชาร์จไฟได้ในขณะที่ยังมีไฟอยู่
นอกจากนี้แบตเตอรี่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางทั้งในวงการอุตสาหกรรมและในชีวิตประจำวันเช่นแบตเตอรี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องUPS วิทยุมือถือ อุปกรณ์ไฟฟ้า ของเล่นเด็ก ถ่านไฟฉาย ถ่านอัลคาไลน์ และถ่านกระดุม พิษภัยและอันตรายมาจากสารที่ใช้ในการทำแบตเตอรี่ที่สำคัญคือสารตะกั่ว แมงกานีส แคดเมียม นิเกิล ปรอท และสารเคมีที่ใช้ในการทำปฏิกิริยา เช่น กรดซัลฟูริก เป็นต้น
หากเราทิ้งซากโทรศัพท์มือถือและซากแบตเตอรี่ปะปนไปกับขยะทั่วไป ส่วนของเปลือกห่อหุ้มจะเสื่อมสภาพและผุกร่อน สารพิษ/สารเคมีที่อยู่ภายในจะไหลออกมาสู่สิ่งแวดล้อม เข้าสู่ระบบนิเวศน์และระบบห่วงโซ่อาหาร ผ่านทางดิน น้ำ และอากาศ และก่อให้เกิดอันตราย
เช่น พิษของตะกั่ว มีผลทำลายระบบประสาทส่วนกลางและระบบโลหิต การทำงานของไตและการสืบพันธุ์ มีผลต่อการพัฒนาสมองของเด็ก นอกจากนี้ ยังสามารถสะสมในบรรยากาศ พิษของแคดเมียม สามารถสะสมในร่างกาย โดยเฉพาะที่ไต ทำลายระบบประสาท ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กและภาวะการตั้งครรภ์ พิษของสารหนู ซึ่งใช้ในแผงวงจร จะมีผลทำลายระบบประสาท ผิวหนัง และระบบการย่อยอาหาร หากได้รับในปริมาณมาก อาจทำให้ถึงตายได้
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2551 10:36 น.
http://manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074015