เก็บเก่าเล่าเรื่องแต่แรก……เปิดตำนานพ่อทวดหมอน หรือทวดหมอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งคาบสมุทรสทิงพระ
“ ศาสนา ” ความเชื่อเรื่องการนับถือศาสนาในภาคใต้ของประเทศไทยแต่ครั้งอดีตเป็นในแบบผสมผสานระหว่างความเชื่อเดิม-ความเชื่อพื้นถิ่นของคนในพื้นที่(ที่ไม่ยอมทิ้ง) กับพระพุทธศาสนา ความเชื่อเดิม หรือความเชื่อพื้นถิ่นของคนในพื้นที่ เช่น ความเชื่อในเรื่องภูตผีปีศาจและดวงวิญญาณ(คติวิญญาณนิยม/animism) ความเชื่อในเรื่องพัง และความเชื่อในเรื่องทวด เป็นต้น
“ ทวด ” ในคติความเชื่อของชาวไทยพื้นถิ่นภาคใต้หมายถึง สิ่งศักดิ์สิทธิ์อันมีฤทธิ์เดชานุภาพ สามารถให้คุณให้โทษได้ หากกระทำการเซ่นสรวงบูชาเชื่อว่าทวดจะให้คุณ แต่หากกระทำการล่วงเกินย่อมเชื่อกันว่าทวดจะให้โทษได้(บางแห่งอาจถึงชีวิต)
“ ทวด ” ในคติความเชื่อของชาวไทยพื้นถิ่นภาคใต้มักปรากฏออกมาในหลายรูป อาทิ เช่น
1.ทวดที่ปรากฏในรูปคน เช่น หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดพะโคะ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา และทวดตาเดียว หรือเจ้าพ่อตาเดียว วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นต้น
2.ทวดที่ปรากฏในรูปสัตว์ เช่น ทวดตาหลวงรอง หรืองูทวดพ่อตาหลวงรอง(ทวดในรูปงู) วัดโลการาม บ้านสทิงหม้อ ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และทวดหัวเขาแดง(ทวดในรูปจระเข้) ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เป็นต้น
3.ทวดที่ปรากฏในรูปต้นไม้ เช่น ทวดเลียบ ในมหาวิทยาลัยทักษิณ เลขที่ 140 ถ.กาญจนวนิช ม.4 ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ทวดแม่จามจุรี (ทวดไกรสิงห์ ราชสีห์) ปากทางเข้าถนนโชคสมาน 1 ตรงข้าม สภ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และทวดม่วงหวาน ตำบลทำนบ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เป็นต้น
4.ทวดไร้รูป คือทวดที่ไม่ปรากฏว่าดำรงคงอยู่ในรูปใด แต่ก็เชื่อกันในหมู่ชาวบ้านและคนในพื้นที่ว่าท่านนั้นมีอยู่จริง และศักดิ์สิทธิ์ เช่น ทวดสระโพธิ์-ทวดวัดเอก-ศาลาทวด-ทวดวัดเชิงแสใต้ อันเชื่อกันว่าทั้ง 4 ทวดนี้สถิตอยู่ ณ บริเวณสี่มุมของอาณาบริเวณหนึ่งในพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา เป็นต้น
พ่อทวดหมอน หรือทวดหมอน ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อของชาวบ้านตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลามาเป็นเวลาช้านานแต่บรรพกาลว่าทวดหมอนจะช่วยคุ้มครองให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บหากบูชาอย่างถูกวิธี เหตุที่ได้ชื่อว่าทวดหมอนนั้นน่าจะมีที่มาจากการตั้งศาลทวดไว้ใกล้กับคันนา หรือคันกั้นน้ำยาวหลายกิโลเมตร(คันนา หรือ หมอน/ชาวบ้านเรียกกัน) ศาลทวดหมอนนี้จากการออกเก็บข้อมูลของผู้วิจัยทำให้พอทราบว่า ดร.ไมตรี บุญสูง (ชาวบ้านเรียกเศรษฐีนักบุญ)ได้ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันลงเงินลงแรงในการสร้างจนแล้วเสร็จ
โดยมีความเชื่อแต่ดั้งเดิมของคนพื้นถิ่นเกี่ยวกับทวดหมอนว่า ในสมัยก่อนได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยมากในบริเวณใกล้คันนา(หมอน)ดังกล่าว หากเป็นอุบัติเหตุเล็กๆอย่างน้อยก็แขน-ขาหัก หากใครดวงไม่ดี/ดวงซวยอาจถึงชีวิตเลยก็มี ชาวบ้านบางคนเล่าให้ผู้เขียนฟังว่าบางครั้งขับรถมาด้วยความเร็ว(แถวนั้นรถค่อนข้างน้อยเลยมักขับกันเร็ว)เจอ หรือเห็นอะไรบางอย่างเป็นเงาดำๆตัดหน้า เช่น หมา แมว เป็นต้น พอขับหลบออกข้างทาง หรือขับไปชนกับรถคันข้างๆได้รับบาดเจ็บหนัก พอกลับไปมองดูสิ่งที่วิ่งตัดหน้ารถก็ปรากฏอันตรธานหายไปเสียแล้ว บ้างก็ว่าบางครั้งขับรถมาเร็วมักมองไม่เห็นรถอีกคัน(ข้างหน้า)ก็ว่า เลยเชื่อกันว่าภายในบริเวณดังกล่าวนี้ “เฮี๊ยน” หนัก บางคนถึงกับไม่กล้าขับขี่รถผ่านในยามค่ำคืนกันเลยทีเดียว(ในสมัยก่อน) จวบจนครั้งหนึ่งทวดได้ไปเข้าฝันชาวบ้าน(ความเชื่อส่วนบุคคล)ว่าขอให้ช่วยสร้างที่อยู่ให้ แล้วทวดจะช่วยคุ้มครองชาวบ้านไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นในบริเวณดังกล่าว ดังมีตำนานประจำถิ่นเล่าเอาไว้สอดคล้องกันว่า
พ่อทวดหมอน หรือทวดหมอน ในความเชื่อของชาวบ้านหมู่ที่ 4 ตำบลคูขุด อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เชื่อว่าท่านนั้นสิงสถิตอยู่ภายในศาลใกล้ๆคันดินกันน้ำ(หมอน)ในบริเวณดังกล่าว เชื่อกันว่าทวดหมอนเป็นคนเก่าคนแก่ หรือผีบรรพชน ดวงวิญญาณบรรพบุรุษในสมัยโบราณมีอายุกว่า 1000 ปี นอกจากนี้ยังเชื่อว่าทวดหมอนมี 2 คนเป็นพี่น้องกัน โดยทั้งสองมีรูปร่างใหญ่โตมากในรูปลักษณ์ของคนในสมัยโบราณ(ดังในรูปถ่าย) บางครั้งท่านทั้ง 2 ชอบนั่งแยกขาออกจากกัน(อาจจะเพราะความเมื่อย) ด้วยความที่เป็นคนตัวใหญ่เท้าข้างหนึ่งจึงตั้งอยู่บริเวณคันนาส่วนอีกข้างหนึ่งเชื่อว่าท่านมักเอาไปจุ่ม/แช่ในทะเลสาบ (ระยะทางจากหมอน ห่างจากทะเลสาบราว 2-3 กิโลเมตร) แต่เดิมยังเชื่อว่ายังไม่มีหมอนเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าวทวดจึงอาศัย/สิงสถิตในพื้นดินบริเวณนั้น
ต่อมาทางราชการได้เข้ามาพัฒนา-สร้างคลองส่งน้ำ สะพาน จึงจำเป็นต้องขุดหมอนขึ้นทำให้ทวดไม่มีที่อยู่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอันมาก ครั้งหนึ่งทวดจึงไปเข้าฝันชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าขอให้ช่วยสร้างที่อยู่ให้แล้วจะช่วยให้อุบัติเหตุในบริเวณดังกล่าวลดน้อยลง การทำไรทำนาได้ผลบริบูรณ์ดี นอกจากนี้ท่านยังขอให้เว้นที่ทางเดินให้ท่านอีกเพียงเล็กน้อยเอาไว้ให้ท่านใช้เดินผ่านเข้า-ออกจากหมู่บ้านไปยังทะเลสาบได้สะดวก ชาวบ้านจึงปรึกษาหารือกัน และด้วยการนำของ ดร.ไมตรี บุญสูง และชาวบ้านผู้ศรัทธาในทวด จึงเกิดการระดมทุนทรัพย์สร้างศาลจนสำเร็จดังปัจจุบัน จนทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าอุบัติเหตุที่ลดลงอย่างมากในบริเวณดังกล่าวมาจากอำนาจความศักดิ์สิทธิ์ของทวดหมอนท่านได้ช่วยเอาไว้ดังคำสัญญาในอดีต
การสักการบูชาทวดหมอน ชาวบ้านในพื้นที่มักนิยมมาทำการ “ บน ” เพื่อขอในสิ่งต่างๆให้สมดั่งใจมุ่งหวัง อาทิ ขอให้ลูกผู้ชายไม่ติดทหาร ขอให้ลูกผู้หญิงได้สามีที่ดีในอนาคต ขอให้ลูกเรียนดีสอบได้ในโรงเรียนที่ต้องการ โดยการแก้บนชาวบ้านในพื้นที่นิยมแก้บนด้วยการนำข้าวปลาอาหารมาถวายแก่ทวด(วันใดก็ได้แล้วแต่สะดวก) โดยสิ่งที่ทวดหมอน(ทั้ง 2 ตน)ชื่นชอบมากเป็นพิเศษและต้องมีประกอบการแก้บนทุกครั้ง(ถ้าหาได้)ก็คือ “ หมาก ” โดยมีการทำบุญใหญ่ให้แก่ทวดหมอนเป็นประจำทุกปีในวันแรม 11 ค่ำ เดือน 10 กลางวันจะเป็นการนำข้าวปลาอาหารคาวหวานมาเลี้ยงเซ่นสรวงบูชาทวด ส่วนในเวลากลางคืนจะมีการรำมโนราห์ถวายแก่ทวด โดยมีความเชื่ออีกเรื่องหนึ่งว่าหากใครขับรถผ่านศาลทวดหมอนแล้วไม่ทำการสักการบูชาด้วยการบีบแตรให้ อาจทำให้ท่านโกรธและทำให้การเดินทางไม่ปลอดภัยได้ จึงไม่แปลกที่ผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าวมักมีธรรมเนียมปฏิบัติด้วยการบีบแตร 1-2 ครั้ง(บางคนลากยาว)เพื่อเป็นการบูชาทวดขอให้คุ้มครอง เป็นต้น
คัดลอกจากส่วนหนึ่งของบทความเพื่อการวิเคราะห์ท้องถิ่นภาคใต้/ค่านิยม/ความเชื่อในท้องถิ่น
เขียน/เรียบเรียง : คุณาพร ไชยโรจน์/นักศึกษาปริญญาเอก ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช
วันที่ 6 มกราคม 2553
ห้องคุยกับคุณาพร..............
http://www.siamsouth.com/smf/index.php?board=11.0ศิลปวัฒนธรรมไทยภาคใต้ www.siamsouth.com
