 |
 |
ล่องแก่งถ้ำเจ็ดคต |
 |
|
ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา หลาย ๆ คนที่เรารู้จักได้ไปเที่ยวสตูล ซึ่งปรกติแล้วหากนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวของสตูล ก็คงนึกหมู่เกาะ ทางฝั่งอันดามัน เช่นเกาะตะรูเตา เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ แต่ครานี้ เขาไม่ได้ไปทะเลอย่างเคย กลับไปเที่ยวตามป่า ตามเขา ตามควน นับว่าสตูลนี้ Unseen ของแท้ใกล้ ๆ บ้านเราเลย
คนไปเที่ยวกลับมาบอกว่าไปล่องแก่ง ไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะมีโอกาสได้ล่องแก่งในสตูล ล่องแก่งในสายน้ำใส สองข้างทาง ยังคงไว้ซึ่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม นอกจากนี้ยังได้ล่องแก่ง ผ่านถ้ำเขาหินในแนวเทือกเขาบรรทัดที่คตเคี้ยว อันเป็นที่มาของ "เจ็ดคต" |
|
|
|
|
| การเดินทาง |
| เราให้ทีมงานเว็บกิมหยงสาขาสตูลจัดการเรื่องเดินทาง โดยเริ่มจากสำนักงาน เว็บกิมหยง ผ่านไปยังถนนนิพัทธิ์สงเคราะห์ 1 (6 เลน) เลี้ยวซ้ายตรงแยกบิ๊กซีเข้า ลพบุรีราเมศวร์ (8 เลนคู่ขนาน) ขับตรงไปสุดสาย จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมาย เลข 43 (4 เลนคู่ขนาน) ขับตรงไปประมาณ 20 กม. ก็มาถึงถึงสี่แยกคูหา เราเลี้ยวซ้าย เพื่อเข้าสู่จังหวัดสตูล (4 เลน) ขับไปทางหลักเรื่อย ๆ จนถึงสามแยกควนกาหลง เลี้ยวขวาเข้าไปทางอำเภอควนกาหลงเป็นทางหลวงหมายเลข 4137 (2 เลน) ประมาณ 15 กม. ให้เลี้ยวขวาสามแยกบ้านผัง 1 จากนั้นก็ขับไปตามเส้นทางซึ่งมีป้ายบอกอย่างละเอียด ประมาณ 35 กม. ก็จะถึงถ้ำเจ็ดคต รวมระยะทางจากหาดใหญ่ประมาณ 120 กม. |
|
|
| ข้อมูลทั่วไป |
| ถ้ำเจ็ดคตตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าวังสายทอง 3 กิโลเมตร คำว่า “เจ็ดคต” หมายถึง ลักษณะความคดเคี้ยวของถ้ำ ซึ่งแต่ละคดโค้งก็จะมีชื่อที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของคต
ต้นน้ำจากแหล่งน้ำหลาย ๆ สายมารวมกัน ได้แก่ สายน้ำจากน้ำตกวังใต้หนาน ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำโกป คลองโลน ความยาวในการล่องแก่ง ประมาณ 7 กม. ช่วงเทศกาลนักท่องเที่ยวจะมากกว่าปรกติ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การล่องแก่ง ได้แก่ช่วงเวลา 9 โมงเช้าจนถึง 3 โมงเย็น |
|
| เตรียมตัวก่อนล่องแก่ง |
| แหล่งท่องเที่ยวถ้ำเจ็ดคตนั้น ไม่ได้เป็นถ้ำที่เดินสำรวจเหมือนถ้ำอื่น ๆ แต่จะเป็นลักษณะสายน้ำไหลผ่านถ้ำ เราต้องนั่งเรือ ไปตามสายน้ำลอดผ่านถ้ำ จากนั้นก็ล่องแก่งต่อไปอีก 6 กม. ค่าใช้จ่ายในการล่องแก่งคนละ 200 บาท พร้อมมีเสื้อชูชีพให้ด้วย เราสามารถเลือกได้ว่าจะนั่งพายเองหรือให้ทางเจ้าหน้าที่พายให้ ซึ่งผู้ให้บริการก็เป็นเจ้าหน้าที่ของ อบต.ปาล์มพัฒนา ในการ ล่องแก่งควรแต่งกายเสื้อผ้าสบาย ๆ พร้อมเปียกได้ทุกเวลา ไม่ควรนำสัมภาระติดตัวไป ไม่ว่าจะเป็นมือถือ กล้องหรือกระเป๋าตังค์ |
|
|
เจ้าหน้าที่และหลวงนี ผู้เป็นฝีพายให้เรา |
การลงเรือล่องแก่ง |
|
| เริ่มต้นลงเรือ |
หลังจากเตรียมตัวจัดเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ให้เราใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยควรใส่ไว้ก่อน จากนั้น เดินลงสู่ลำธารสายน้ำที่เราจะล่องแก่ง ภาพแรกที่เห็นมีลูกเด็กเล็กแดงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ความลึกของน้ำก็แค่เพียงเข่าเท่านั้นเอง เห็นอยากจะปืนป่ายเถาวัลย์เล่นน้ำกับเด็ก ๆ ซะเหลือเกิน เรื่องล่องแก่งก็ค่อยว่า กันอีกที แต่ด้วยภาระและหน้าที่จำใจต้องขึ้นเรือล่องแก่ง เพื่อนำมาเขียนบทความที่กำลังอ่านอยู่นี้แหละ ไหนจะต้องมาเขียน เรื่องราว ไหนจะต้องถ่ายภาพบรรยากาศ
|
| เริ่มต้นนั่งเรือ ทีมงานเว็บกิมหยงไปกัน 4 คน ใช้เรือ 2 ลำ มีพี่ไกด์และเจ้าหน้าที่ นำทางที่คอยให้ข้อมูลเรา ชื่อหลวงนี (คุณอำนาจ อาจนันต์) แกให้ข้อมูลเราละเอียดมาก คอยแนะนำว่าตรงไหนสวยไม่สวย นับว่าเราโชคดีและได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ต่อการท่องเที่ยวมาก ๆ หลังจากเราเริ่มล่องแก่งน้ำในลำธานส่วนมากจะไม่ลึกประมาณ เข่า เอว ทำให้เราเห็นก้อนหิน ก้อนกรวด เห็นปลาว่ายไปมาในน้ำอย่างชัดเจน สองริมลำธารอุดมไปด้วยเมกไม้นานาพันธุ์ ได้สัมผัสกับเสียงที่เงียบสงบไม่อึกทึกอย่าง ในเมืองใหญ่ ได้ฟังเสียงนกร้อง เสียงน้ำในลำธาร นับว่าผ่อนคลาย หลักหนีกิจกรรม ที่แสนวุ่นวายในชีวิตสังคมเมือง |
| ลักษณะน้ำใสของลำธารแห่งนี้เกิดจากการรวมตัวกันของสายน้ำหลายสายด้วยกัน น้ำค่อนข้างใสตลอดทั้งปี ส่วนใต้พื้นน้ำก็มีหินสวยหลากสี ดูไม่น่ากลัว ทำให้บรรยากาศ ดูสนุก ร่มเย็นและปลอดภัยมาก เพราะหากเรือล่ม ก็คงไม่จมน้ำตายเพราะน้ำลึก เพียงแค่เข่า ในบางจุดของการล่องแก่งก็จะมีขอนไม้ขนาดใหญ่ที่ล้มลงขวางทางน้ำ ซึ่งแถวนั้นจะเรียกว่า "ขอนนอนไพร" บางครั้งเราต้องก้มหัวมุดขอนนอนไพรกัน อย่างสนุกและน่าประทับใจ |
|
|
ล่องแก่งท่ามกลางธรรมชาติ |
ปากถ้ำต้องลงเดินนิดหน่อย |
|
| เข้าสู่ถ้ำเจ็ดโค้งเจ็ดคต |
| จากจุดเริ่มต้นของการล่องแก่งประมาณ 300 เมตร ก็จะเข้าสู่ปากทางเข้าถ้ำเจ็ดคต บริเวณปากทางเข้าถ้ำจะมีก้อนหิน ขนาดใหญ่ขวางอยู่ ทำให้เราต้องลงจากเรือ เพื่อเดินข้ามก้อนหินเหล่านี้ไป เป็นการเปลี่ยนอริยาบถ ตรงทางเดินก็สะดวกสบาย ส่วนเจ้าหน้าที่ที่พายเรือก็จะต้องลางจูงเรือ เพื่อข้ามก้อนหินเหล่านี้ไป ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเราก็ลงเรือเพื่อชมบรรยากาศ ของถ้ำเจ็ดคตกันต่อได้ |
| เริ่มต้นปากถ้ำเจ็ดคตก็เริ่มมืด เป็นเพราะเราชินกับแสงสว่างจากภายนอก ทำให้เรา แทบจะไม่เห็นอะไรภายในถ้ำ แต่ทางหลวงนีได้ส่องไฟให้เราเห็นจุดต่าง ๆ ภายในถ้ำ ภายในถ้ำมีลมพัดเบาๆ สบายๆ ไม่อับชื้น ลักษณะถ้ำ เป็นเพดานสูงโปร่ง มีหินย้อย รูปร่างแปลกตามากมาย จะเห็นมากเห็นน้อยขึ้นอยู่กับการเตรียมไฟส่อง เรานั่งเรือไป ตามสายน้ำที่คตเคี้ยวไปมา นับได้ 7 โค้ง เลยเป็นที่มาของ 7 คต ในบางบริเวณจะมี หาดทรายกว้าง พอที่จะให้นักท่องเที่ยวตั้งแค้มป์ได้ จะมีโค้งหนึ่งมีแสงอาทิตย์ส่องมา ทางช่องที่ทะลุโปร่งออกไปสวยงามมาก มีชื่อเรียกว่า “ทางช้างเผือก” ความยาวของถ้ำ ที่เราลอดผ่านทั้ง 7 โค้ง 7 คต มีความยาวประมาณ 700 เมตร พอล่องเรือมาจนถึงทาง ออกของถ้ำ เราจะได้พบกับแสงสว่างและความเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ราวกับได้เข้า สู่ป่าหิมพานต์ |
|
|
ทางออกถ้ำเจ็ดคต |
ล่องแก่งล่องลอยตามลำธาร |
|
| บรรยากาศการล่องแก่ง |
|
|
หลังจากออกจากถ้ำ ต่อไปก็จะเป็นบรรยากาศล่องแก่งล้วน ๆ ใจเราอยากจะนั่งเรื่อล่องแก่งอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่อยากให้ มีจุดสิ้นสุด เพราะสบายผ่อนคลาย เราพบกับแสงสว่างเหมือนกับอยู่อีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว เพราะในถ้ำมืดมาก น้ำในลำธารนี้ไม่ได้ลึกมาก น้ำใสมองเห็นปลาเล็กปลาน้อยว่ายน้ำเล่นอยู่ บางพื้นที่ จะเป็นดินทราย บางที่ก็จะเป็นก้อนหิน น้ำไหลผ่านสวยงามมาก หากถึงจุดไหนที่น้ำไม่ลึกมากไม่เป็นอันตรายแก่นักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ พายเรือก็จะแกล้ง ให้เรือพลิกคว่ำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลงเล่นน้ำ บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
ล่องแก่งมาได้ครึ่งทางถึงจุดพักในการล่องแก่ง เป็นการผ่อนคลายไม่ให้นักท่องเที่ยวเมื่อยเกินไป ซึ่งเราสามารถเลือก ที่พักหรือไปต่อก็ได้ บริเวณดังกล่าวมีลักษระเป็นหาดทราย น้ำไม่ลึกมากนัก ตรงริมน้ำจะมีพันธุ์ไม้เลื่อยชนิดหนึ่ง ชื่อว่า “ต้นขี้กา” นักท่องเที่ยวนิยมไปเก็บลูกของมันมาเชยชมกัน เพราะมีลูกกลมโต สีแดงสดราวกับลูกแอปเปิ้ล จนคนนิยมเรียกว่า "แอปเปิ้ลเมืองไทย" สวยน่าทานแต่ไม่นิยมนำมาทาน สองข้างทางของการล่องแก่ง แวดล้อมไปด้วยภูเขาใหญ่เล็กเต็มไปหมด หากตรงไหนติดพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ก็จะเป็นสวนสวนผลไม้ หากถึงฤดูเก็บเกี่ยว ชาวบ้านก็จะนำมาขายข้างลำธารเลย หรือหากสนใจลงเรือเข้าไปทานสด ๆ ในสวนผลไม้ก็ยังได้เลย เราเพลิดเพลินสำราญไม่เท่าไร ไม่ทันหนำใจ ก็ถึงจุดสิ้นสุดของการล่องแก่ง ก็จะมีรถกระบะมารับ เพื่อกลับไปยังจุดเริ่มต้น |
|
|
นี้แหละลูกขี้กา |
บรรยากาศการล่องแก่ง |
|
| สรุปผลการทดลอง |
| จากการได้ล่องแก่งถ้ำเจ็คคตเจ็ดโค้ง ทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลิน ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของจังหวัดสตูล คุ้มค่ากับการเดินทางจากหาดใหญ่มาสู่สตูล เงินที่สำหรับค่าเช่าเรือและค่าแรงในการพาย 200 บาทต่อคนถือว่าคุ้มค่าทีเดียว ด้วยระยะทางประมาณ 12 กม. ใช้เวลาในการล่องแก่งราว 2 ชั่วโมง รู้สึกเหมือนใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีเอง เพราะเราสนุกและผ่อนคลายกับธรรมชาติ ดังนั้นหากจะวางแผนท่องเที่ยวให้สมบูรณ์ ช่วงเช้าควรเที่ยว ถ้ำภูผาเพชรให้เสร็จก่อน จากนั้นช่วงบ่ายก็เลยมาล่องแก่งถ้ำเจ็ดคตต่อ เพราะอยุ่ใกล้กันและใช้เส้นทางเดินทาง เส้นเดียวกันอีกด้วย หากคุณต้องการเงินสดเงินด่วน แระแวกนั้นก็มีตู้เอทีเอ็มแห่งเดียวตรงสามแยกบ้านผัง 1 เป็นตู้ของธนาคารกรุงไทย |
|
|
|
|
|
|
|